Author: Nora Graves

มะเร็งลำไส้ใหญ่ ภัยเงียบที่ยิ่งรู้ตัวไวยิ่งมีโอกาสรักษาได้ง่ายขึ้น

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เราเพิ่งได้ข่าวการสูญเสียนักแสดงมากความสามารถที่ทำให้คนไทยเกือบจะทั้งประเทศที่ได้ดูหนังของค่าย Marvel เรียกเขาติดปากว่าฝ่าบาท นั่นก็คือแซดวิก โบสแมน ที่ได้เสียชีวิตลงจากอาการป่วยเป็น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำเอาแฟนหนังและแฟนคลับของเขาถึงกับช็อคไปตามๆ กันเพราะไม่มีใครทราบมาก่อนว่าเขาได้ต่อสู้กับโรคร้ายนี้มาโดยลำพังกว่า 4 ปีแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับมะเร็งลำไส้ใหญ่กันให้มากขึ้น เพราะมันเป็นโรคที่หากรู้ตัวไวสามารถป้องกันได้และมีโอกาสรักษาให้หายได้ง่ายยิ่งขึ้น

ทำความรู้จักกับอาการและสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราเป็น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ นั้นแบ่งได้เป็น 2 แบบคือเป็นมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่เพียงอย่างเดียวจะเป็น เซลล์มะเร็ง หินงอกขึ้นบริเวณเนื้อเยื่อบนลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มักจะงอกออกมาเป็นติ่งเนื้อที่มีขนาดเล็กซึ่งจะพัฒนากลายเป็นมะเร็งในขั้นต่อไป หากเรารู้ทันก็สามารถผ่าตัดนำติ่งเนื้องอกนั้นออกไปก่อนที่มันจะลุกลามกลายเป็นมะเร็งได้ แบบที่ 2 คือมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก อาการคือเซลล์ที่ผลิตใหม่ในร่างกายของเราทุก ๆ วันเกิดความผิดปกติจนทำให้เกิดก้อนเนื้อขึ้นมาจากการแบ่งตัวเป็นเนื้องอกมะเร็ง แม้ว่าจะผ่าตัดออกก่อนจากความเสี่ยงที่มะเร็งจะแพร่ไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายยังคงอยู่ ออกเป็น 4 ระยะด้วยกัน ระยะที่ 1 คือช่วงที่ก้อนมะเร็งกำลังเติบโตในร่างกายและเข้าฝังในชั้นกล้ามเนื้อแต่ยังไม่ได้กระจายไปสู่เนื้อเยื่อใกล้เคียง ระยะนี้ต่อมน้ำเหลืองของผู้ป่วยจะยังไม่ทะลุจึงเป็นระยะที่ยังสามารถผ่าตัดเอามะเร็งออกได้ ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งนั้นเริ่มแผลตัวไปยังบริเวณใกล้เคียงแต่ต่อมน้ำเหลืองยังคงไม่ทะลุ ในระยะนี้จะรักษาโดย การผ่าตัด ทำเคมีบำบัด และฉายแสง ระยะที่ 3 คือก้อนมะเร็งเริ่มเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองแต่ยังไม่ได้แพร่กระจายไปสู่ส่วนอื่นของร่างกาย รักษาด้วยการผ่าตัด ทำเคมีบำบัด และฉายแสง ระยะที่ 4 ก้อนมะเร็งกระจายเข้าสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในระยะนี้จะรักษาด้วยการให้ยาเคมีบำบัดหรืออาจมีการผ่าตัดร่วมในบางกรณี

อาการแบบนี้เสี่ยงเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ รีบไปพบแพทย์

  • ระบบขับถ่ายผิดปกติ เวลาในการขับถ่ายนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปรวมไปถึงความถี่
  • มีอาการท้องเสียและท้องผูกสลับกัน
  • เวลาขับถ่ายจะมีเลือดปนออกมาร่วมกับอุจจาระ
  • ลักษณะของก้อนอุจจาระนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่แล้วจะเปลี่ยนเป็นเส้นที่มีความเหนียว
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการเหนื่อยหรืออ่อนเพลียจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • มีอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง ปวดท้อง ในลำไส้มีลมมาก เป็นอาการเบื้องต้นของ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

หลังออกกำลังกาย เลือกทานอาหารแบบไหนดีที่สุด

การออกกำลังกายอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นการช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ยิ่งในปัจจุบันนี้เทรนด์รักสุขภาพยังมีกระแสแรงดีไม่มีตก อีกทั้งการออกกำลังกายเป็นประจำนั้น ยังช่วยให้เราห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ ที่แม้ในปัจจุบันยังไม่มีแม้แต่ยารักษา แน่นอนว่าโดยส่วนใหญ่หลายคนเมื่อก่อนจะไปออกกำลังกายนั้น จะเลี่ยงไม่รับประทานอาหารมื้อหนัก หรืออาจจะกินอาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยยากจำพวกแป้ง น้ำตาล และมักจะทานก่อนไปออกกำลังกายราวๆ 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ แล้วไปออกกำลังกาย แต่หลังออกกำลังกายเสร็จ มักมีอาการหิว อยากอาหารมาก บางคนอาจทานอาหารในมื้อหลังออกกำลังกายมากกว่าปกติในทุกครั้งที่ทานด้วยซ้ำ ดังนั้น หากหลังออกกำลังกายควรเลือกรับประทานอาหารประเภทไหนดี เพื่อให้เป็นประโยชน์ที่สุด ดังนี้

1. ไข่ไก่ ไข่เป็ด
ต้องเข้าใจก่อนว่าเมื่อเราออกกำลังกายในแต่ละครั้งนั้น ร่างกายยิ่งต้องการโปรตีนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ดังนั้น ไข่ไก่ ไข่เป็ด ถือเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่สุด หาง่าย และไม่ต้องเสียเวลาปรุงให้ยุ่งยาก แต่ถ้าหากคุณกำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักอยู่ล่ะก็ ไข่ต้มเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะนอกจากอิ่มท้องแล้ว ยังย่อยง่าย ช่วยในเรื่องการเผาผลาญในร่างกายด้วย

2. เนื้อปลาชนิดต่าง ๆ
เนื้อปลาทะเล หรือปลาแซลมอน นั้น มีโปรตีนสูง สามารถทานได้หลังออกกำลังกาย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก เพราะเนื้อปลาแม้มีไขมัน แต่เป็นไขมันดี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่สำคัญคือให้ปรุงสุกทุกครั้ง เพื่อสุขอนามัยในเรื่องการรับประทานดีที่สุด

3. น้ำเปล่า
แน่นอนว่าเมื่อออกกำลังกายเสร็จ ร่างกายจะสูญเสียน้ำในร่างกายออกไปจากเหงื่อ ดังนั้น น้ำเปล่าเป็นสิ่งที่ทดแทนได้ดีที่สุด หลายคนอาจจะชอบเครื่องดื่มเกลือแร่หลังออกกำลังกาย เพราะให้ความสดชื่นได้มากกว่า และยังสามารถช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายหลังเสียเหงื่อก็จริง แต่ น้ำตาลในเกลือแร่ นั้น ร่างกายจะดูดซับเก็บไว้จึงไม่แนะนำ หรือถ้าหากรู้สึกอยากดื่มน้ำที่มีรสชาติจริงๆ ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำมะพร้าวแทนก็ได้เหมือนกัน เพราะน้ำมะพร้าวนั้นมีทั้ง Potassium และ Magnesium ที่ร่างกายสามารถดูดซับได้เร็ว และมีประโยชน์ด้วย

4. กล้วย
เป็น ผลไม้ยอดฮิตสำหรับนักเพาะกาย หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะนอกจากจะมีแร่ธาตุ วิตามินจำนวนมากแล้ว ยังทำให้อิ่มท้อง อีกทั้งความหวานของกล้วยนั้น ไม่มีผลต่อน้ำหนักในร่างกาย คนที่กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่ก็สามารถทานได้ด้วย หลังออกกำลังกายนั้น หากทานกล้วยซักลูกจะรู้สึกร่างกายฟื้นฟูตัวได้ดีขึ้น ถ้ารู้สึกเลี่ยนหรือเบื่อ ลองทานคู่กับเนยถั่ว หรือโยเกริตได้เหมือนกัน

การทานอาหารให้ได้ประโยชน์ที่สุด ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นอาหารหรูหรา ราคาแพง เพียงแต่คำนึงถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับ อีกเคล็ดลับดีๆ คือ พยายามไม่ปรุงแต่ง โดยเน้นให้เป็นรสชาติเดิมมากที่สุด สารอาหารจะได้อยู่ครบถ้วน หลังออกกำลังกายแม้จะรู้สึกว่าหิวมาก แต่หากเลือกทานได้อย่างเหมาะสม จะยิ่งทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงนั่นเอง

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ต้องใส่ใจเรื่องอาหารให้มากขึ้น

โรคเบาหวานนั้นเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายแรงที่เป็นเหมือนประตูนำไปสู่การเจ็บป่วยจากโรคอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นเมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้วจึงต้องรีบหันกลับมาดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อีกยาวนาน หนึ่งในสิ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานจะต้องให้ความสำคัญและระมัดระวังมากที่สุดคืออาหาร วันนี้เราจึงรวบรวมอาหารที่ทั้งควรและไม่ควรทานสำหรับ ผู้ป่วยเบาหวาน ให้คนรอบข้างและตัวผู้ป่วยเองได้เลือกทานอย่างสบายใจ

รวมอาหารที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานทานได้ปลอดภัย แถมยังช่วยรักษาโรคได้ด้วย

หลักการเลือกอาหารของ ผู้ป่วยเบาหวาน คือการคำนึงถึงปริมาณน้ำตาล แป้ง ไขมัน และจำนวนพลังงานที่จะได้รับ ซึ่งส่งผลกับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ดังนั้นจึงควรควบคุมให้เหมาะสมในแต่ละวัน

  • ผลไม้หวานน้อย เช่น สาลี่ ชมพู่ แอปเปิ้ล ที่มีความหวานและน้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง ช่วย เรื่องระบบขับถ่าย ได้อีกด้วย โดยเฉพาะแอปเปิ้ลเขียวที่สามารถชะลอกระบวนการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เส้นเลือดได้
  • ผักใบเขียวต่าง ๆ เช่นกระเพรา คะน้า ผักกาด โหระพา นอกจากจะไม่มีน้ำตาลแล้วยังมีประโยชน์ทางสารอาหารอีกมากมาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น
  • เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ไม่ติดหนัง อย่างอกไก่ ปลา รวมไปถึงแหล่งโปรตีนชั้นดีอย่างไข่ขาวหรือเต้าหู้ชนิดต่าง ๆ ที่จะให้โปรตีนสูงแต่ ไขมันต่ำ
  • นมจืด ต้องเป็นนมที่ไม่ปรุงแต่งรสชาติและใส่น้ำตาลเพิ่ม จะช่วยเพิ่มโปรตีนให้กับร่างกาย ควรเลือกนมขาดมันเนยจะให้พลังงานต่ำที่สุด
  • สมุนไพรต่าง ๆ เช่นขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่แทบจะไม่ให้พลังงานและมีสรรพคุณทางยามากมาย
  • ฟักทอง ผักที่กินแล้วอยู่ท้อง มีชสชาติหวานธรรมชาติแต่ให้พลังงานต่ำ ไฟเบอร์สูง ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ได้อีกด้วย
  • มะระ เป็นผักรสขมที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย รวมถึงสารที่มีฤทธิ์ต้านเบาหวานอีกด้วย

อาหารแบบนี้ที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องระวัง

  • ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง อย่างมะม่วงสุก ลำไย สตอเบอร์รี่ ที่รสชาตหวานหรือทุเรียนที่ให้พลังงานสูง รวมไปถึงผลไม้แปรรูปต่างๆ อย่างผลไม้กระป๋อง หรือผลไม้หมักดอง
  • ผักประเภทหัว เช่น มันชนิดต่างๆ เผือก ซึ่งมีแป้งอยู่ในปริมาณที่สูง เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วแป้งจะถูกย่อยเป็นน้ำตาล ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง
  • ไขมันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไขมันสัตว์ หนังสัตว์ เนย น้ำมันพืช
  • ขนมหวาน ที่มีส่วนประกอบจากน้ำตาล แป้ง และไขมันเป็นจำนวนมาก
  • กะทิ นมข้นหวาน ขมข้นจืด นมที่มีการปรุงแต่งรสชาติ เครื่องดื่มต่างๆ ที่มีรสหวาน
  • น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงน้ำผลไม้ เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำตาลมาก ส่งผลเสียต่อ ผู้ป่วยเบาหวาน มากกว่าจะเกิดประโยชน์

ขนมปังแผ่น บาง ๆ ที่มาพร้อมกับความอร่อยแบบเกินขนาด

ขนมปังแผ่นนั้นถือเป็นอีกหนึ่งชนิดของขนมปังที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากหาซื้อง่าย ทำอะไรทานก็อร่อย แถมปัจจุบันยังมีหลายสูตรหลายรสชาติให้เลือกสรรมากมาย ดังนั้นเราจึงมักจะซื้อขนมปังแผ่นมาไว้ติดบ้าน แต่พอผ่านไปไม่นานขนมปังกลับขึ้นรา ชืด ไม่อร่อยเหมือนเดิม ดังนั้นเราจึงจะมาแนะนำวิธีการเก็บรักษาและยืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นาน ยิ่งขึ้น

เกร็ดน่ารู้ ช่วยยืดอายุ เพิ่มความอร่อยให้กับขนมปังแผ่น

ปกติแล้วอายุของขนมปังนั้นจะขึ้นอยู่กับวิธีกรรมและกระบวนการผลิต หากขนมปังนั้นใส่สารกันบูดจะมีอายุประมาณ 10 วัน แต่หากเป็น ขนมปังอบ สดตามร้านเบเกอร์รี่ที่ไม่ใส่สารกันเสียจะสามารถเก็บได้เพียงแค่ 2-3 วันเท่านั้น หากใครที่อาศัยอยู่คนเดียว จะกินขนมปังที่ซื้อมาทั้งหมดภายใน 2-3 วันอาจไม่ทัน ดังนั้น วิธีการเก็บที่สามารถยืดอายุขนมปัง ได้จึงสำคัญนั่นเอง วิธีการแรก หากขนมปังแผ่นนั้นยังไม่ได้เปิดถุงมาก่อน แนะนำให้แช่ในตู้เย็นจะช่วยให้เก็บได้นานขึ้น เพราะขนมปังที่สัมผัสแดดและลมจะส่งผลให้เนื้อมีความร่วน แข็ง และแห้ง วิธีการต่อมาส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น หากเราแกะ ขนมปัง แล้วควรหากกล่องพลาสติกมาใส่เรียงไว้ หลังจากนั้นให้เทวิสกี้ลงในแก้วหรือถ้วยใบเล็กประมาณ 1 ช้อนโต๊ะแล้วนำไปไว้ในกล่องเดียวกัน จะช่วยยืดอายุขนมปังออกไปถึง 60 วัน

เนื่องจากแอลกอฮอล์นั้นจะระเหยและฆ่าเชื้อรานั่นเอง แต่หากท่านไม่มีวิสกี้ ก็สามารถนำขนมปังใส่ในถุงซิปล็อกแล้วใช้ส่วนท้ายของไดร์เป่าผมไล่ลมออกจนเป็นสูญากาศแล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งจะทำให้ขนมปังเก็บได้นาน 1-2 เดือน

นอกจากนี้หากคุณเผลอลืม เก็บขนมปังแผ่น แล้วปล่อยทิ้งไว้จนเนื้อของมันแห้งร่วนไปหมดแล้วล่ะก็ อย่าเพิ่งทิ้ง เราสามารถนำทิชชูสำหรับประกอบอาหารมาพรมน้ำแล้ววางลงบนขนมปังเพื่อคืนความชุ่มชื้นได้ หลังจากนั้นให้นำไปเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาทีก็จะช่วยให้ขนมปังกลับมานุ่นฟูได้เหมือนเดิม

รักษาขนมปังแผ่นให้นานขึ้น ยืดอายุความอร่อยให้ประหยัดได้มากกว่าเดิม

กี่ครั้งแล้วที่เราต้องเสียเงินที่หามาได้อย่างยากลำบากเพราะ ขนมปังแผ่น ที่ซื้อมาดันเสียก่อน หรือกินไม่ทัน ดังนั้นหากเรา เก็บขนมปังได้อย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้เราสามารถยืดเวลาในการรับประทานออกไปได้มากกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดเงินได้มากขึ้น และมีขนมปังที่สดใหม่อยู่เสมอรับประทานตลอดเวลา

โรคหัวใจกับการออกกำลังกาย ที่เหมาะสม

ความคิดที่ว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจ ไม่สามารถออกกำลังกายได้นั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะจริง ๆ แล้วการอออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยโรคหัวใจต้องพึงกระทำเป็นอย่างที่สุด เพราะจะทำให้ กล้ามเนื้อหัวใจและเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด ทำงานได้ดี ช่วยให้หลอดเลือดมีการขยายตัว กล้ามเนื้อหัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายของคนเป็นโรคหัวใจก็ควรเลือกประเภทที่เหมาะสมจึงจะส่งผลดีมากกว่าส่งผลเสีย ทางที่ดีที่สุดควร ปรึกษาแพทย์โรคหัวใจ ประจำตัวเพื่อประเมินสภาพร่างกายก่อนที่จะออกกำลังกาย และควรต้องรายงานเรื่องการออกกำลังกายให้แพทย์ทราบทุกครั้งเมื่อถึงกำหนดพบแพทย์เพื่อติดตามผลและเช็คสมรรถภาพของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เทคนิคเบื้องต้นที่ต้องรู้ในการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหัวใจ

1.ควรมีการอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายสัก 10-15 นาที
2.ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละประมาณ 3-8 ครั้ง
3.ระยะเวลาในการออกกำลังกายแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 20-30 นาที

ประเภทของการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหัวใจโดยทั่วไป

1.การเดิน 2.การว่ายน้ำ 3.แอโรบิค 4.วิ่งเหยาะๆ
5.กอล์ฟ ( ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพทย์อนุญาต )

ส่วนกีฬาต้องห้าม คือกีฬาที่ต้องใช้แรงเยอะ อย่าง ฟุตบอล ยกน้ำหนัก

หมายเหตุ อย่างไรก็ตาม ควร ปรึกษาแพทย์ก่อนการออกกำลังกาย ในแต่ละประเภทจะดีที่สุด ทั้งนี้เพื่อจะได้เลือกประเภทและระยะเวลาที่ควรออกกำลังกายที่เหมาะสมตามสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคนได้อย่างถูกต้อง

10 ข้อที่ ควรรู้และต้องปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องการออกกำลังกาย

1.ควรออกกำลังกายในสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจัด หรือหนาวจัด และหากออกกำลังกายในร่มควรเป็นสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้เป็นอย่างดี
2.ควรอบอุ่นร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง
3.หาก กินอาหารก่อนออกกำลังกาย ควรทิ้งระยะห่างในเวลา 1 ชม.
ก่อนออกกำลังกาย แต่ไม่ควรออกกำลังกายในขณะที่ท้องว่าง
4.ไม่ใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาจนเกินไปขณะออกกำลังกาย
5.อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ ดังนั้นควรดื่มน้ำสัก 1 แก้ว ก่อนออกกำลังกาย
6.ไม่ควรออกกำลังกายคนเดียว ควรมีคนดูแลอยู่ใกล้ๆ และ สถานที่ออกกำลังกาย ควรมีคนที่มีความรู้ หรือเครื่องไม้เครื่องมือช่วยเหลือหากมีอาการฉุกเฉิน
7.ไม่ควรออกกำลังกายเมื่อมีอาการป่วยอื่นๆ อยู่ก่อนแล้ว
8.เมื่อรู้สึกว่าร่างกายมีอาการเหนื่อย ผิดปกติ แน่นหน้าอก คลื่นไส้ เวียนศรีษะ หายใจไม่ปกติให้หยุดออกกำลังกายทันที
9.อย่ากลั้นหายใจในขณะออกกำลังกาย ต้องหายใจให้สะดวก และไม่รู้สึกเหนื่อยหอบเมื่อพูดคุยสนทนา
10.ควร ออกกำลังกาย ในช่วงเวลาเดิม

การออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหัวใจ มีประโยชน์อย่างมาก เพราะจะช่วยยืดอายุผู้ป่วย และเพื่อ ฟื้นฟูรักษาสุขภาพของผู้ป่วย ให้กลับมาแข็งแรงใกล้เคียงก่อนที่จะป่วยเป็นโรคหัวใจ นอกจากการออกกำลังกายแล้ว กีฬาที่เหมาะสมกับ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ที่นิยมคือ ปิงปอง เทนนิสแบบคู่ และการตีกอล์ฟ

และสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องการออกกำลังกายต้องรู้คือ จะต้องทำอย่างไรเมื่อมีอาการกำเริบขณะออกกำลังกาย

หากมีอาการกำเริบในขณะออกกำลังกาย ประการแรกที่ต้องทำคือต้องหยุดออกกำลังกายทันที ที่รู้สึกถึงความผิดปกติและนั่งพักในที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ผู้ป่วยที่มียาอมใต้ลิ้นติดตัวก็ควรอมยาอมใต้ลิ้นทันที แต่ไม่ควรไม่ควรอมเกิน 3 เม็ด โดยแต่ละเม็ดควรห่างกันประมาณ 5 นาที ถ้าครบ 3 เม็ดแล้วอาการไม่ดีขึ้นรีบนำส่งโรงพยาบาล

การออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหัวใจหากออกอย่างถูกต้องเหมาะสม ก็จะมีประโยชน์มหาศาลใน การยืดชีวิตผู้ป่วย และทำให้ร่างกายกลับมาแข็งแรง ในทางกลับกันถ้าไม่ถูกต้องและเหมาะสมก็จะเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นปลอดภัยที่สุดควรขอคำปรึกษาแพทย์โรคหัวใจก่อนที่จะลงมือออกกำลังกายจะดีที่สุดครับ

ผมแห้งชี้ฟู ตัวการร้ายทำลายความมั่นใจ

เคยหรือไม่ สระผมด้วยแชมพูอย่างดี ใส่ครีมนวดแทบจะหมดขวด บำรุงทรีทเมนต์ผม ไปอีกค่อนกระปุก แต่พอเป่าผมเสร็จจนแห้งดี มันกลับชี้ฟูไม่เป็นทรงราวกับสิงโต ยิ่งหนีบหรือไดร์ผมก็ยิ่งแห้งเสียไปกันใหญ่ ใช้ความร้อนก็ไม่ได้ บำรุงเท่าไหร่ก็ไม่ดี สุดท้ายก็เลยต้องมัดไว้เพื่อปกปิดความแห้งกรอบของมัน ดังนั้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ ที่กำลังประสบปัญหาผมแห้งเหล่านี้ เราจึงมีเคล็ดไม่ลับฉบับ การดูแลผมแห้งเสีย มาแนะนำกัน

ผมแห้งรักษาได้ไม่ยาก ด้วยของหาง่ายไม่กี่อย่างเพื่อผมสวย

เชื่อว่าสาวๆ หลายๆ คนที่ประสบปัญหานี้ต่างเคยหาหนทางแก้ไขมาก่อนแล้ว ทั้งการซื้อแชมพูแพงๆ ครีมนวดขั้นเทพ เข้าร้านทรีทเมนต์ หรือซื้อน้ำมันบำรุงราคากระเป๋าฉีก ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างตามชะตากรรมเส้นผมของแต่ละคน หรือจะวิธีการที่แสนประหยัดอย่างสูตรหมักผมต่าง ๆ ที่ส่วนผสมนั้นกลิ่นชวนคลื่นไส้อาเจียนอย่างไข่ไก่หรือเบียร์ แม้จะสระผมออกไปแล้วแต่กลิ่นนั้นก็ยังคงติดทนนาน เรามีวิธีที่ทั้งง่ายและประหยัดมากกว่ามานำเสนอ นั้นก็คือ น้ำมัน

เริ่มกันที่ น้ำมันมะพร้าว ที่มีกรดไขมันช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับส้นผมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่ ผมแห้งเสียโดนทำร้ายจากสารเคมี หรือความร้อน ที่สำคัญกลิ่นยังหอมกว่าน้ำมันอื่น ๆ อีกด้วย แต่สาวๆ ที่มีผมเส้นใหญ่เมื่อใช้แล้วผมสุขภาพดีขึ้น จงหยุดแล้วไปใช้น้ำมันตัวอื่น เพราะน้ำมันมะพร้าวจะทำให้ผมอ้วน โดยเฉพาะผมเส้นใหญ่ เมื่ออ้วนแล้วก็จะเกิดการหักขาดได้ง่าย มันจึงเหมาะสำหรับสาวๆ ผมเส้นเล็กมากกว่า

ต่อไปคือ น้ำมันอะโวคาโด ซึ่งค่อนข้างบางเบาและใช้ง่าย ชโลมไปบนปลายผมบาง ๆ จะช่วยกู้ชีวิตผมพังให้กลับมาเป๊ะปังได้เหมือนเดิม

และอย่างสุดท้ายคือ น้ำมันมะกอก ที่มีแต่แบบเพื่อประกอบอาหารและเพื่อความงาม สามารถเลือกซื้อได้ตามกำลังทรัพย์เนื่องจากสามารถใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่จำเป็นจะต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ และอาศัยความเคยชินสักหน่อย เนื่องจากน้ำมันมะกอกจะมันความมัน หนืด และหนักมากที่สุด เป็นก็เป็นน้ำมันที่มีราคาถูกที่สุดเช่นกัน

จัดการผมแห้งง่ายๆ ให้กลับมาลื่นสลวยปล่อยได้ไม่อายใคร

เพียงการใช้น้ำมันง่ายๆ ราคาไม่แพงชโลมไปบน เส้นผม เท่านั้นก็จะช่วยให้ผมของเรากับมานุ่มลื่น เนื่องจากน้ำมันเหล่านี้ไม่ได้ผสมสิลิโคนจึงบำรุงได้อย่างล้ำลึก ยิ่งใช้ยิ่งดี ทำให้สาวๆ ผมแห้งกลายเป็นผมสุขภาพดี ปล่อยสยายได้ไม่อายใครอีกต่อไป

วิธีการลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว ภายใน 1 อาทิตย์โดยไม่อดอาหาร

การลดน้ำหนักในระยะเวลาที่สั้น ภายใน 1 อาทิตย์ ต้องบอกก่อนเลยนะคะ ว่าต้องมีวินัย และใช้ความอดทนสูงเป็นอย่างมาก มากถึงมากที่สุดนะคะ สำหรับใครที่อยากลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว ลองมาอ่านกันนะคะ หากทำได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปอีก 1 ขั่นค่ะ ซึ่ง วิธีการลดน้ำหนัก ภายใน 1 อาทิตย์นี้ เน้นการกินไข่ขาวและแดงวันละ 5 ฟองเท่านั้น แบ่งการกินเป็นช่วงเช้า 2 ฟอง บ่าย 2 ฟอง เย็น 2 ฟอง โดยทุกมื้อที่กินไข่นั้น ต้องดื่มน้ำเปล่าก่อน 2 แก้ว และหลังกินไข่ดื่มน้ำเปล่าตามอีก 2 แก้ว ให้อิ่มสุดๆ ไปเลยค่ะ ซึ่งวิธีการนี้อาจจะโหดไปหน่อยสำหรับบางคน ไม่บางคนสิ ผู้เขียนเชื่อว่าเกือบทุกคนเลยหละค่ะ

ผู้เขียนก็เกือบไม่รอดเหมือนกัน แต่ผู้เขียนใช้วิธีการเปิดดูรูปสาวสวยหุ่นไซส์ S เท่านั้น และอีกอย่างคือโดนเพื่อนล้อมาตลอดว่าเมื่อไหร่จะ ลดความอ้วน ได้ เห็นทีรัยก็อ้วนขึ้นตลอด ตัวจะแตกแล้วนะ ทำให้ผู้เขียนมีแรงฮึดสู้ค่ะ เพราะว่าอีก 1 อาทิตย์จะมีงานแต่งเพื่อนสาว ซึ่งเราก็ต้องไปเจอเพื่อน ๆ แก๊งเดิมของเรา ดังนั้นผู้เขียนเลยอยากที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย การลดน้ำหนักภายใน 1 อาทิตย์ ให้ทันวันงาน ซึ่งถามว่าก่อนหน้านั้นทำไมไม่ลด ลดค่ะแต่ยังไม่ถึงเลขดวงดาวสักที เลยเอาหละใช้วิธีการนี้แหละ ซึ่งผู้เขียนได้วิธีการนี้มาจากพี่ที่ทำงานมาอีกทีนะคะ

และหลังจาก 1 อาทิตย์ผ่านไป ผู้เขียนลดน้ำหนักไปได้ 4 กิโล โอโฮที่สุดแห่งความหวังค่ะ ผู้เขียนลดได้ แต่จะบอกก่อนว่าช่วงระหว่างที่ผู้เขียนลดน้ำหนัก ผู้เขียนไม่ออกกำลังกายเลยนะคะ เพราะว่าไม่ไหวค่ะ พอลดแล้วโอเคใส่ชุดสวยได้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ไปงานแต่งเพื่อนสาว ทุกคนทักเฮ้ยแกผอมลงเยอะมาก ๆ เลย ผู้เขียนจะบอกก่อนว่าก่อนหน้าทีจะถึงวันงานก่อน 1 อาทิตย์ ผู้เขียนเองก็มีการทำ IF ควบคุมอาหาร และปริมาณแคลอรี่ มาแล้ว 3 เดือน ผู้เขียนจริงๆ แล้วน้ำหนัก 76 ค่ะ ตอนนี้ลดแล้วเหลือ 52 ก็ถือว่าลดลงมาเยอะเหมือนกันค่ะ และหลังจากนี้ไป ผู้เขียนก็จะหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และจะไม่ อดอาหาร  เด็ดขาด เพราะว่าการอดอาหารนั้น ทำให้น้ำหนักกลับมาเด้งคูณ 2 ค่ะ กินเยอะมากกว่าเดิมอีก ดังนั้น วิธีการลดน้ำหนัก นี้ ต้องมีวินัยสูงมาก ในการกินอาหาร ให้สาวๆ ดูรูปภาพสาวไซส์ S หาแรงบันดาลใจว่าฉันจะสวยๆ นั่นแหละค่ะ ลดน้ำหนักได้อย่างแน่นอน และเราจะภูมิใจในหุ่นของเรามากๆ ค่ะ

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén